สายเอ็น
สายเอ็น หรือสายเบ็ดตกปลา เป็นอุปกรณ์ประกอบในการตกปลา ที่สำคัญ
อีกตัวหนึ่งขึ้นอยู่กับความคงทนของสายว่า มีความเหนียวทนต่อการขูดขีดแค่ไหน
รวมทั้งความอ่อนนุ่มหรือแข็งกระด้างของสายเอ็นตกปลามีผลต่อการเข้ามากินเหยื่อของปลาด้วย
ทั้งในบ่อตกปลาและอ่างเก็บน้ำธรรมชาติซึ่งมีอุปสรรค์ต่างๆ ใต้น้ำอีกมากมาย...
สายเอ็นจึงเป็นตัวแปรอีกตัวหนึ่ง ที่เป็นตัวชี้วัดของนักตกปลาให้ได้พบกับความสมหวัง หรือ ผิดหวังในเกมส์การตกปลา
ปลาแต่ละชนิดแรงดึงย่อมแตกต่างกัน หรือแม้แต่ปลาชนิดเดียวกัน
แต่ต่างสถานที่กันถึงแม้น้ำหนักจะเท่ากัน แต่แรงดึงและพละกำลังของปลาแต่ละตัวก็ย่อมไม่ เหตุผลนี้มีความเป็นจริงอย่างมาก
สถานที่แหล่งน้ำ บ่อตกปลา มีทั้งตอไม้ กิ่งไม้ใบหญ้า
หินผาล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรค์ต่อสายเอ็นตกปลาทั้งสิ้น ดังนั้นสายที่จะนำมาตกปลาได้ดี
ก็ต้องเป็นสายที่มีความเหนียวความทนทานต่อการขูดขีด และรับแรงดึงบวกของปลาและแรงอัดของคน
สายเอ็นที่เห็นกันอยู่ในตลาดบ้านเรามีมากมายหลายชนิดและหลายยี่ห้อ
หากดูภายนอกทั่วไปก็จะเห็นว่าคล้ายคลึงกัน แต่การเปรียบเทียบจริง ๆ
แล้วคุณภาพของสายจะมีความเหนียวความยืดหยุ่นและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อซึ่งถ้ามองด้วยสายตาอาจจะไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าสายที่เรามองอยู่มีคุณภาพดีดั่งที่เราต้องการหรือไม่
แต่ที่เราจะเลือกได้ก็ขนาดและสีสันสวยงาม ของสายเอ็น
ซึ่งสายเอ็นจะทำมาจากพลาสติกประเภทต่างๆ เช่นไนล่อน โพลีเมอร์
หรือ โพลีเอสเตอร์ชนิดต่างๆ สายประเภทนี้จัดอยู่ในประเภทสายเดี่ยว
ส่วนมากแล้วสายเอ็นมักจะมีคุณสมบัติในตัวของตัวเองไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับวัสดุในการนำเอามาผลิต นั่นก็หมายความว่าเรื่องของคุณภาพด้วย
โดยปกติแล้วสายเอ็นประเภทนี้เมื่อได้ทำการใช้ไปแล้ว จะมีความยืดในตัวของมันเอง
ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาม การยืดตัวของมันจะมีผลทั้งสิ้น มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
เช่น การที่เราใช้ตกปลาขนาดใหญ่มามากตัว หรือในกรณีที่เราตกปลาตามหมายธรรมชาติ
แล้วเกิดติดสิ่งกีดขวาง เมื่อติดแล้วมีการดึงมาก ๆ เข้าสายที่เราว่าเหนียว ๆ นั้นจะเสื่อมสภาพไปโดยที่เราไม่รู้ตัว และนั่นเอง
เมื่อเราเกิดตกปลาใหญ่ได้ ในระหว่างที่อัดปลาก็จะเกิดอาการเครียดกับสายจนขาดได้
สายเอ็นส่วนมากจะทำมาให้อ่อนนิ่มเพื่อเหมาะกับการกินเหยื่อของปลาที่ระแวง
เช่นการตกปลาในบ่อตกปลา ซึ่งปลาส่วนมากมักจะโดนเบ็ดเสียจนเข็ดแล้ว
เอ็นจึงมีส่วนช่วยในการทำให้ปลากินเบ็ดได้ง่ายขึ้น มากกว่าการใช้เอ็นที่มีความแข็งกว่า
แม้แต่ขนาดเอ็นจะเท่ากันก็ตาม สายเอ็นที่อ่อนถึงแม้ว่าจะมีข้อเสียในการยืดตัวง่าย
แต่ความเหมาะสมกับการตกปลาบางประเภท ก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องเลือกใช้
ในกรณีที่เราเลือกใช้สายเบ็ดที่อ่อนนิ่มมาก ๆ เราก็ต้องพึงคิดอยู่เสมอว่า
เมื่อเราตกปลาได้ในขณะที่เราวัดปลาสายจะยืดตัวตามแรงที่เราวัดปลา
ดังนั้นเมื่อเราจะวัดปลาก็ต้องวัดให้แรงเต็มที่เพื่อที่เบ็ดจะได้ฮุ๊คปากปลาเต็มที่
คมเบ็ดจะฝั่งแน่นแล้วท่านก็จะได้ปลาสมความตั้งใจ
เมื่อปลาติดเบ็ดแล้วที่นี้สายก็จะส่วนช่วยท่านได้ ตรงที่ว่า เมื่อใช้สายไม่ขาดง่าย
ทั้งยังยืดหยุ่นเข้ากับแอ๊คชั่นของคันเบ็ด มีผลทำให้ปลาเหนื่อยเร็วขึ้นสามารถที่จะเอาปลาขึ้นได้เร็วกว่าปกติ
การใช้สายที่แข็งกระด้างนั้นกลับจะวัดปลาได้ง่ายมากเพียงกระตุกครั้งเดียวกันจะทำให้เบ็ดติดปากปลา
และเมื่อปลาติดเบ็ดแล้ว ระหว่างที่ปลาดึงสายเอ็นอยู่นั้นความที่ไม่มีความยืดหยุ่นได้มากนั้น
บางทีปากปลาประเภทที่มีความบางมากก็จะฉีกขาด และทำให้ปลาหลุดได้ง่าย บางทีอาจจะหลุดตั้งแต่เราวัดปลาเลยก็ได้
การเลือกสายก็ต้องมีเทคนิคในการใช้เฉพาะตัวด้วย การเลือกสายควรเลือกสายที่มีความคงทนต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิเศษ
เช่น แสงแดด น้ำ ฯ การที่เรานำสายมาใส่รอกในครั้งแรก
จะดูเหมือนว่าสายที่เราได้ทำการเลือกแล้วว่าดีดั่งที่เราต้องการ
ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนหรือแข็ง แต่เมื่อเรานำเองไปตกปลาเพียงครั้งเดียวกลับมาแล้วสายที่ใช้นั้นกลับมีความกระด้างผิดกับเมื่อใส่สายใหม่ ๆ นั่นก็เป็นเพราะคุณภาพสายที่เราซื้อมานั้นมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร
แต่ก็ยังสามารถใช้ได้อีกหลายครั้ง แต่สีสันที่สวยนั้นก็จะหมดไปเรื่อย ๆ
การแก้ไขมีเพียงวิธีเดียวก็คือ การกลับสายที่อยู่ข้างในออกมาใช้เอาสายที่อยู่ด้านนอกไปไว้ด้านใน
สายในรอกของท่านก็จะใช้ได้ต่อไปอีกระยะหนึ่งหากไม่ทำเช่นนั้นสายเมื่อเกิดการกระด้าง
จนแข็งมากก็จะเกิดความกรอบ และขาดได้อย่างง่าย ๆ เลย
ในด้านราคา นั้นเนื่องจากมีผู้ผลิตอยู่หลายบริษัท แต่จะไม่ขอเอ่ยว่าสายยี่ห้ออะไรบ้าง ให้ท่านเป็นผู้เลือกความเหมาะสมเอง แต่จะขอแนะแนวทางเอาไว้
หากท่านต้องการที่จะซื้อสาย ควรเลือกความเหมาะสม เช่นขนาดที่กำหนดของสาย
ที่เรียกกันว่า ปอนด์ สายจะมีขนาดเป็นมาตรฐาน ตั้งแต่ 4 ปอนด์ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นร้อยปอนด์
แต่ที่เรานยิมใช้ตกปลากันทั่ว ๆ ไปก็อยู่ที่ขนาด 10 12 15 20 25 ปอนด์ หากเกินกว่านี้ ก็จะเป็นการตกปลาแบบทลอลิ่งหรือตกปลาขนาดใหญ่
ขนาดสายก็จะใช้ ตั้งแต่ 25 30 40 50 และถึงร้อยกว่าปอนด์ขึ้นไปก็มี
การตกปลาขนาดที่มีน้ำหนักเป็นร้อยกิโลขึ้นไปส่วนมากแล้วจะใช้สายที่ผลิตขึ้นมาเพื่อเกมส์นี้โดยเฉพาะ
การเลือกซื้อสายเบ็ดควรอ่านที่ฉลากข้างหลอดเก็บสายที่เป็นที่ระบุว่ารายละเอียดต่าง ๆ
เท่าไร ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ยาก เรื่องราคาก็เลือกเอาราคากลาง ๆ ค่อนข้างถูกเอาไว้ก่อน
เพราะถือว่าตกปลาได้เหมือนกัน สายที่มีราคาแพงก็ตกปลาได้จำนวนครั้งไม่ต่างกันนัก
และจะทำให้เกิดความเสียดายเมื่อต้องการตัดทิ้งยกตัวอย่างเช่น เมื่อสายเกิดเป็นตำหนิเล็กน้อย
การดันทุรังไม่ยอมตัด ก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ หากว่าเราตัดทิ้งยกตัวอย่างเช่น
เมื่อสายเกิดเป็นตำหนิเล็กน้อยการดันทุรังไม่ยอมตัด ก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้
หากว่าเราตัดทิ้งก็จะหมดปัญหาไป แต่เมื่อจะตัด ถ้าเป็นสายที่มีราคาแพงก็ต้องคิดหนัก
แต่ถ้าเป็นราคาปานกลางค่อนข้างถูกก็ไม่คิดอะไรเป็นหลา ๆ ขายเลยราคาตกหลาละหลายบาท ลองคิดดูซิว่ารอกตัวหนึ่งใส่สายร้อยกว่าหลา เป็นเงินหลายบาทคูณเข้าไป เท่าไร?...
ขอสนับสนุนของถูกประหยัดเงินดีกว่า ม้วนหนึ่งก็ตก ร้อยบาทอาจจะกว่าเล็กน้อยตามยุค
ของการขึ้นสินค้าอย่างไม่มองหน้าคนซื้อนี้ แต่การใช้ก็ใช้ได้นาน ม้วนหนึ่งตก 4-5ร้อยหลา หรือเมตร
ใช้กันลืมไปเลย ท่านที่มีเงินเหลือใช้ก็เลือกหาซื้อของแพงไม่มีใครว่า ส่วนท่านที่มีน้อยก็ซื้ออย่างน้อยดีกว่า จะได้มีเงินเหลือเก็บ
บทความนี้ผมได้เขียนขึ้นบ้าง และได้นำจากที่ต่างๆ ซึ่งจำที่มาไม่ได้
จังขออนุญาตจากเจ้าของบทความ นำความรู้ให้นักตกปลาได้ศึกษาต่อไปครับผม
สายเอ็นที่เราใช้กันอยู่นั้น เรียกกันว่าสาย Monofilament
Mono แปลว่า เดี่ยว หรือหนึ่ง
Filament แปลว่า เส้นใย
เมื่อนำมารวมกัน Monofilament ก็แปลว่า เส้นใยเดี่ยว หรือสายเส้นเดี่ยว...ฮิๆ
ซึ่งก็คือสายเอ็นตกปลาที่นักตกปลารู้จักและคุ้นเคยกันดี
ฉลากหรือสติ๊กเกอร์ที่แปะอยู่บนม้วนของเอ็นนั้นปกติจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้
- น้ำหนัก เป็นปอนด์หรือกิโลกรัม (Breaking Strain)
- ประเภทของวัสดุ (Nylon or Copolymer)
- ขนาดหน้าตัดเป็นนิ้ว หรือซม. (Line Diameter)
- คุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เช่น Low Memory, Extra-Low Memory, Abrasion Resistance, และคำอื่นๆ อีกมากมายหลายหลาก
0 ความคิดเห็น: